สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดนั้นก็คือการทาครีมกันแดด ทายังไงก็ยังไม่ได้ผล อาจจะเป็นเพราะว่าครีมกันแดดไม่มีประสิทธิภาพทายังไงก็ไม่ติดทน ยิ่งอากาศร้อนๆด้วยแบบนี้ทำไงสาวๆต้องหงุดหงิดอย่างแน่นอน ซึ่งเรามีวิธีในการทาครีมกันแดดที่ทำให้มีประสิทธิภาพและเห็นผลได้ชัดมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ

ทำไมต้องทาครีมกันแดด
เพราะในแสงแดดมีรังสีต่างๆ เช่น รังสี UV,UVA,UVB และอื่นๆ ที่เป็นต้นเหตุ และก่อให้เกิดฝ้า กระ รอยเหี่ยวย่น รวมไปถึง มะเร็งผิวหนัง วิธีรับมือง่ายๆ กับปัญหาเหล่านี้ คือการทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพราะครีมกันแดดสามารถช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้นั่นเอง
เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว
- ผิวขาวซีด : ผิวขาวซีดเป็นผิวที่มีความไวต่อแสงมากควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่าปกติ เล็กน้อย
- ผิวขาวอมชมพู : เป็นผิวที่บอบบางมาก เกิดผิวไหม้ได้ไวทำให้ผิวเป็นสีแทนได้ ควรใช้ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF ค่อนข้างสูง (SPF 30-45)
- ผิวขาวเหลือง : ผิวชนิดนี้บอบบางแต่ยังมีเมลานิน (เซลล์ผิวสี) อยู่บ้าง จึงสามารถทนต่อแสงแดดได้ดีกว่าผิว 2 ชนิดแรก ควรเลือกครีมกันแดดชนิดที่มีค่า SPF ปานกลาง (SPF30)
- ผิวคล้ำ : เป็นมีเมลานิน (เซลล์ผิวสี) ไม่เกิดการไหม้ ไม่เกิดสีแทน จึงควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF ต่ำ (SPF 15) ก็เพียงพอแล้ว
วิธีทาครีมกันแดด
- ควรทาครีมกันแดดอย่างน้อย 30 นาที ก่อนออกแดดเพื่อให้เนื้อครีมซึมลงผิวซะก่อน ทาครีมหนาๆได้ยิ่งดี เพื่อปกปิดผิวหนังทุกรูขุมขน ซึ่งเป็นวิธีการที่ผ่านการทดสอบในห้องทดลองจากนักวิทยาศาสตร์ แต่โดยทั่วไปผู้บริโภคมักจะนิยมทาเพียงเบาบาง ทำให้รังสีดวงอาทิตย์สามารถกระทบและทะลุเข้าสู่ผิวหนังได้บางส่วน นักวิชาการจึงแนะนำว่าหากต้องการทาแล้วได้ผลควรทาบ่อยๆ ทุก 1-2 ชั่วโมง
- ถึงแม้ไม่มีแดดก็ต้องทาครีมกันแดด เพราะรังสี UV ไม่ได้มากับแสงแดดเท่านั้นแต่ยังเป็นคลื่นแม่เหล็กที่สามารถสัมผัสกับผิวของเราได้เช่นกัน อยู่หน้าจอคอมนานๆ อยู่ภายใต้หลอดไฟ เป็นต้น
